WHY CLINIQUE   WHAT'S NEW   EVENTS   EXPERT TIPS & TRENDS   MY SKIN CONSULTATION
สิ่งที่ต้องทำอย่างแรก คือ เอาออกให้หมด
หากคุณทารองพื้นทุกวัน คุณก็จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางก่อนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ 3-Step สบู่ของคลีนิกข์นุ่มนวลต่อผิวมากเพราะผลิตขึ้นเพื่อขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมัน สำหรับการลบผลิตภัณฑ์แต่งหน้าออกนั้น เราขอแนะนำให้คุณเลือกผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางที่เหมาะกับประเภทของผิวคุณเช่นกัน
 
ระบบดูแลผิว 3 ขั้นตอนของคลีนิกข์

จริงๆ แล้วมันก็คือสิ่งที่แพทย์ผิวหนังสั่ง สูตรการดูแลผิวที่แพทย์ผิวหนังชั้นนำต่างๆ คิดค้นขึ้นทางวิทยาศาสตร์นี้ได้มาจากประสบการณ์ของพวกเขาที่พบกับผู้ป่วยทุกวัน ระบบนี้มีความเข้มข้นในระดับต่างๆ ที่ปรับให้เหมาะกับผิวแต่ละประเภท แม้แต่ผิวที่บอบบางที่สุด ผลิตขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อให้ผิวของคุณสวย สุขภาพดี เปล่งปลั่งในแบบคลีนิกข์ที่เป็นที่เลื่องลือ พบกับวิธีการดูแลผิวที่เหมาะกับคุณ และรอดูผลของผลิตภัณฑ์ 3 ขั้นตอนที่จะทำให้ผิวของคุณแลดูเปล่งปลั่งขึ้น

พบกับระบบดูแลผิว 3 ขั้นตอน

3 ขั้นตอน, 3 นาที วันละ 2 ครั้ง ในระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ผิวที่หมองคล้ำ แห้งเป็นขุยจะดูมีชีวิตชีวาและดูสดใสขึ้น ผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ขั้นตอนนี้จะทำหน้าที่อย่างอ่อนโยนต่อผิว โดยแต่ละขั้นตอนจะทำให้การทำงานในขั้นตอนถัดไปดียิ่งขึ้น

ขั้นที่ 1: Facial Soap
สบู่ล้างหน้าของคลีนิกข์ทั้งแบบก้อนและแบบเหลว อ่อนโยนและไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ฟอกสบู่ล้างหน้าคลีนิกข์ให้ทั่วใบหน้า ล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วซับให้แห้ง หลังจากนั้นจึงใช้ Clarifying Lotion

ขั้นที่ 2: Clarifying Lotion
ผู้สร้างความต่างเพื่อผิวสวยใส การขจัดเซลล์เสื่อมสภาพที่สะสมบนผิวชั้นนอกออกจะช่วยเผยผิวใหม่ที่ดูกระจ่างสดใส และดูเรียบเนียนขึ้นความรู้สึกยิบๆ เบาๆ บ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์นี้กำลังทำงาน หลังจากล้างหน้าด้วย Facial Soap ของคลีนิกข์แล้ว ใช้ก้อนสำลีชุบ Clarifying Lotion เช็ดผ่านผิวเบาๆ ให้ทั่วใบหน้าและลำคอ หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก ผลิตภัณฑ์นี้มีความเข้มข้นต่างกัน 5 ระดับ หนึ่งระดับที่เหมาะกับผิวแต่ละประเภท

ขั้นที่ 3: Dramatically Different Moisturizing Lotion หรือ Gel
ให้ความชุ่มชื่นที่สดชื่นแก่ผิว โดยช่วยเพิ่มสมดุลความชุ่มชื่นตามธรรมชาติของผิว ใช้ Dramatically Different Moisturizing Lotion หรือ Gel ทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ หรือที่ใดก็ได้ตามต้องการ ผู้ที่มีผิวมันอาจต้องใช้โลชั่นหรือเจลทาเฉพาะบริเวณที่ผิวรู้สึกแห้งกว่า เช่นที่รอบดวงตาและลำคอ

รายละเอียดเพิ่มเติม >>

ผิวดีคืออะไร?
ผิวดีคือผิวที่เกลี้ยงเกลา กระชับ เนียน รู้สึกสบายด้วยความเปล่งปลั่งสดใส  มีปราการความชุ่มชื้นผิวที่แข็งแรง
เพื่อนำเอาสิ่งที่ดีเข้าสู่ผิว ปล่อยและป้องกันมลภาวะภายนอกได้ ทำให้ผิวมีการผลัดเปลี่ยนเซลล์ที่หมองคล้ำ
และเซลล์ที่ตายแล้วอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ดังนั้นผิวที่สดชื่นและมีชีวิตชีวากว่าจึงขึ้นมาอยู่ด้านบนได้ 
ทำให้ผิวได้พักผ่อนอยู่บน “ที่นอน” คอลลาเจนและอีลาสตินที่แข็งแรงและกระชับ  

ระบบดูแลผิวนี้คืออะไรและทำหน้าที่อะไร?
ขั้นตอนต่างๆ ที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละท่านเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อผิวสวย นั่นคือการทำความสะอาดอย่างล้ำลึกแต่อ่อนโยน
การผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออก เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับรูขุมขน และทำให้ริ้วรอยบางๆ ดูเลือนลง
ให้ความชุ่มชื้นและสร้างปราการเพื่อป้องกันมลภาวะภายนอก ซึ่งแต่ละขั้นตอนจะช่วยให้ขั้นตอนอื่นๆ
ทำงานได้ดียิ่งขึ้น และหลังจากการใช้ผลิตภัณฑ์ 3 ขั้นตอนแล้ว ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่นๆจะทำงานได้ดีขึ้น
และทำให้การแต่งหน้าดูดีขึ้นอีกด้วย

เพราะเหตุใดผลิตภัณฑ์ดูแลผิว 3 ขั้นตอนนี้จึงเป็นดั่ง “การล้างพิษทุกวัน” แล้วทำไมผิวของฉันจึงต้องการด้วย ?
ผลองคิดถึงมลภาวะและ “สิ่งตกค้างที่เหนียวเหนอะหนะ” อื่นๆ ที่ผิวต้องเผชิญอยู่ทุกวันดูสิ เช่น ในบางเมืองใหญ่ทั้งหลาย
มันก็คือควันโขมงของมลพิษ และยังมีทั้งควันบุหรี่ แล้วก็ยังมีการสะสมเซลล์ผิวเสื่อมสภาพที่ตายแล้ว รวมทั้งสิ่งสกปรก
ที่ทำให้รูขุมขนอุดตันด้วย

อะไรที่ฉันจะคาดหวังได้จากผลิตภัณฑ์ดูแลผิว 3 ขั้นตอนนี้ได้บ้าง?
สิ่งแรกคือ ผิวจะดูสะอาด เนียน และสดใสขึ้นเวลาที่คุณทำความสะอาดผิวได้เกลี้ยงเกลา ผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ
ที่ทำให้ดูหมองคล้ำออกไป และทำให้ความชุ่มชื้นของผิวสมดุล หากสองสามวันต่อมาคุณเห็นสิวขึ้นละก็อย่าหยุดใช้
เพราะคุณกำลังทำให้สิ่งสกปรกที่ฝังอยู่ลึกซึ่งทำให้ผิวคุณมีปัญหาปรากฏออกมา แล้วมันจะหายไปเอง

ในระยะยาวจะมีประโยชน์บ้างไหม?
แน่นอน หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ 3 ขั้นตอนนี้โดยไม่เปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์อื่น คุณจะพบว่าความชุ่มชื้นซึมลงสู่ผิวได้เร็วขึ้น
การรักษาผิวทำหน้าที่ได้ดีขึ้น การแต่งหน้าดูดีขึ้น ประโยชน์ระยะยาวจะให้ผลคุ้มค่า เพราะผิวที่อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด
กำลังทำหน้าที่ และทำให้ดูดีนานขึ้น

เพราะมันเป็นสิ่งที่แพทย์ผิวหนังที่ให้คำแนะนำของเราเชื่อว่าเป็นวิธีทำความสะอาดผิวที่ดีที่สุด

สบู่ไม่ทำให้ผิวแห้งหรือ?
สบู่ของคลีนิกข์ไม่เป็นอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นสบู่ก้อนหรือสบู่เหลว Facial Soap ของคลีนิกข์ที่ผู้พัฒนาขึ้น
โดยแพทย์ผิวหนัง มีฟองนุ่มและไม่ทำให้ผิวแห้งตึง เพื่อให้ทำความสะอาดได้อย่างหมดจดและอ่อนโยน
ปกป้องปราการความชุ่มชื่นตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสิ่งตกค้างที่จะทำให้ผิวรู้สึกแห้งตึง สำหรับสูตรอ่อนโยน (Mild)
และสูตรอ่อนโยนเป็นพิเศษ (Extra Mild) มีการเติมส่วนผสมที่ทำให้ผิวนุ่มและผ่อนคลาย เพื่อให้ทำความสะอาด
ผิวเป็นได้อย่างนุ่มนวล รวมทั้งหลีกเลี่ยงที่จะไม่ทำให้ผิวของคุณแห้ง

Facial Soap ของคลีนิกข์มีอะไรที่แตกต่าง?
การล้างหน้าของคุณโดยไม่ลบผลิตภัณฑ์แต่งหน้าออกไปก่อน ก็เหมือนกับการอาบน้ำทั้งที่คุณยังใส่เสื้อผ้าอยู่
ควรลบเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่เหนียวเหนอะหนะออกไปก่อนเสมอ โดยใช้ผลิตภัณฑ์
ทำความสะอาดผลิตภัณฑ์แต่งหน้าที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษ ก่อนล้างหน้าด้วย Facial Soap

“สบู่คลีนิกข์แตกต่างจากสบู่ธรรมดาๆทั่วไป เพราะมีการเพิ่มส่วนผสมที่จะช่วยปกป้องปราการความชุ่มชื่นของผิว
และส่วนประกอบอื่นๆ เช่น กลีเซอรีน เพื่อให้มั่นใจว่าผิวจะไม่เป็นขุย และแห้งตึงขณะทำความสะอาด อีกทั้ง
สบู่นี้ยังผลิตขึ้นเพื่อให้ล้างออกจากผิวง่าย ทำให้ผลกระทบจากความเป็นกรดด่างที่ไม่สมดุลลดน้อยลง”
—แพทย์ผิวหนังที่ให้คำปรึกษาของคลีนิกข์

การผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพคืออะไร?
ความหมายก็คือการผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพที่ตายแล้วออก ทุกวันผิวจะสร้างชั้นเซลล์ผิวที่ตายแล้วขึ้นมา
ทำให้ผิวแลดูเป็นเกล็ด ขรุขระ หมองคล้ำ การขจัดชั้นเซลล์นี้ออกไป หรือการลอกเซลล์ผิว จะทำให้
เห็นผิวชั้นล่างที่สดชื่น เนียน และสดใสขึ้น การลอกเซลล์ผิวยังช่วยเร่งการทำงานของเครื่องจักรของผิว
โดยนำผิวขึ้นมาสู่ชั้นบนได้รวดเร็วขึ้น

การผลัดเซลล์ผิวเป็นกระบวนการตามธรรมชาติหรือใช่หรือไม่?
ใช่ มันเป็นกระบวนการที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ สัตว์ก็ยังลอกขน นกก็ผลัดขน
คนก็ผลัดผิว มันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแต่ที่ใบหน้าเท่านั้น แต่เกิดขึ้นทั่วทั้งร่างกาย

แล้วทำไมต้องทำเพิ่มขึ้นอีก?
ก็เพราะว่าธรรมชาติผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพเหล่านั้นอย่างช้าๆ และไม่สม่ำเสมอ แพทย์ผิวหนังที่ปรึกษาของเรา
แนะนำให้ทำการเช็ดผิววันละ 2 ครั้งด้วย Clarifying Lotion เพื่อให้ทันกับการสะสมของเซลล์ผิว
เสื่อมสภาพที่ตายแล้ว เป็นการค่อยๆ คลายการเกาะยึดของผิวโดยไม่ต้องขัดแรงๆ การลอกผิวเป็นประจำจะเร่ง
กระบวนการผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพตามธรรมชาติให้เร็วและเสมอกัน ทำให้ริ้วรอยบางๆ จางลง ช่วยทำให้
รูขุมขนไม่อุดตัน และยังทำให้ผิวทั้งใบหน้าของคุณสวยและเปล่งประกายขึ้น

การผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพมีประโยชน์กับผิวทุกประเภทไหม?
มี เพราะการทำให้รูขุมขนไม่อุดตันจะลดการเกิดสิวหัวดำและลดสิวได้อีกด้วย อีกทั้งยังช่วยควบคุมความมัน
ที่ทำให้การแต่งหน้าดูไม่สวย ผิวธรรมดาจะดูสะอาดขึ้น มีสุขภาพดีขึ้น และมีสีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น
ส่วนผิวแห้งก็จะตอบสนองกับมอยซ์เจอไรเซอร์ได้ดีขึ้น

คุณควรจะเริ่มผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพเมื่อไร?
การผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพมีประโยชน์แตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มอายุ สำหรับวัยรุ่นก็ช่วยป้องกัน
รูขุมขนมิให้อุดตัน สำหรับคนวัย 20 กว่าก็ช่วยให้ผิวยังคงเนียนและเปล่งปลั่ง ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป
ก็ช่วยให้สีผิวดีขึ้นและเป็นสีเดียวกันเวลาที่แสงแดดเริ่มทำลายผิว สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน
การลอกเซลล์ผิวจะต่อสู้กับความแห้งและทำให้ริ้วรอยบางๆ แลดูจางลง ด้วยการขจัดสิ่งปรักหักพังที่คอย
ขวางกั้นมิให้ผิวได้ดื่มด่ำกับความชุ่มชื้นออกไป และเมื่อผิวชราลงและการผลัดเซลล์ผิวก็จะช้าลงไปอีก
การผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกจะช่วยกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมา และกำจัดเซลล์ผิวที่
เสื่อมสภาพที่กีดกันความชื้นให้หลุดออกไป ดังนั้น ผิวจึงดูสดชื่นและแลดูเป็นผิวใหม่ขึ้นมาได้

การผลัดเซลล์ผิวนี้จะเปลี่ยนแปลงได้บ้างไหม?
แน่นอน คุณอาจจำเป็นต้องปรับระดับของ Clarifying Lotion ขึ้นบ้าง หรือลงบ้าง
ไปตามระดับต่างๆ ตามที่ผิวเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ตามฤดูกาลต่างๆ หรือบางครั้ง
ก็ตามความเครียดตามที่วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป หรือแม้แต่การใช้ยาบางชนิด
ให้ผู้เชี่ยวชาญของคลีนิกข์ช่วยคุณปรับระดับการถนอมผิวเป็นประจำ 3 ขั้นตอนของคุณดีกว่า

มีคำแนะนำอื่นๆอีกไหม?
มีแน่นอน การผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกเปรียบเสมือนให้ผิวได้ออกกำลังกาย
ดังนั้นจึงต้องค่อยๆ ทำเพิ่มขึ้นจนถึงจุดที่คุณเริ่มรู้สึกยิบๆ เล็กน้อย แล้วจึงให้ความชุ่มชื้น

“คลีนิกข์ขอแนะนำให้ผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพอย่างนุ่มนวลวันละ 2 ครั้งด้วย
Clarifying Lotion ที่เหมาะกับคุณ พึงระลึกไว้ว่าการปรับความเข้มข้นของการผลัดเซลล์ผิว
ที่เสื่อมสภาพดีกว่าการเปลี่ยนแปลงความถี่ในการใช้ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การผลัดเซลล์ผิวที่
เสื่อมสภาพวันละ 2 ครั้ง โดยการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพสูตรอ่อนโยน
หรือสูตรปานกลาง ย่อมดีกว่าที่จะลอกเซลล์ผิวสัปดาห์ละครั้งด้วยกระบวนการที่รุนแรงมาก
เช่นการขัดผิวที่ต้องออกแรงมาก” —แพทย์ผิวหนังที่ให้คำปรึกษาของคลีนิกข์

ผิวทุกประเภทต้องการการความชุ่มชื่นหรือเปล่า?
มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจกับคำตอบว่าใช่ ผิวทุกประเภทบางทีก็แห้ง บางแห่งก็แห้ง แม้กระทั่งผิวมัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่มีต่อมไขมันอยู่ไม่มากนัก ได้แก่บริเวณรอบดวงตาและลำคอ ความชื้นต่ำ
สภาพภูมิอากาศหนาวเย็น หรือการทำความร้อนภายในอาคารก็ปล้นเอาความชื้นของผิวไปได้

Dramatically Different Moisturizing Lotion หรือ Gel ลงตัวกับระบบดูแลผิว 3 ขั้นตอนนี้อย่างไร ?
การล้างหน้าและการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกอย่างถูกต้อง จะช่วยให้มอยซ์เจอไรเซอร์
กระจายบนผิวได้สม่ำเสมอ และยังซึมเข้าสู่ผิวได้ลึกลงอีก ดังนั้นคุณจึงสามารถใช้มันได้อย่างคุ้มค่า
โดยใช้แค่บริเวณที่ผิวรู้สึกตึงและไม่สบายเท่านั้น แน่นอนมันเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะบรรเทา
และทำให้ผิวดีขึ้น โลชั่นเหมาะสำหรับผิวที่แห้งมาก หรือผิวที่แห้งบริเวณแก้ม ใช้ได้กับผิวธรรมดา
จนถึงผิวมันที่หน้าผาก จมูก จนถึงคาง (T-zone) เจลเป็นสูตรปราศจากน้ำมันเหมาะสำหรับ
ผิวธรรมดาที่แก้ม แต่มันบริเวณหน้าผาก จมูก จนถึงคาง หรือมันทั่วใบหน้า

อะไรทำให้มอยซ์เจอไรเซอร์ขวดนี้แตกต่าง?
จากการวิจัยและการทดลองเป็นเวลาหลายปี แพทย์ผิวหนังชั้นนำจึงได้คิดค้นมอยซ์เจอร์ไรเซอร์
สูตรที่มีน้ำหนักเบาเหล่านี้ขึ้น เพื่อให้เหมือนกับความชุ่มชื้นที่สมดุลตามธรรมชาติของผิวที่มีสุขภาพดี
เสริมปราการปกป้องความชุ่มชื่นของผิวทำให้ผิวเนียน นุ่ม และดูมีสุขภาพดีอยู่เสมอ ผลิตภัณฑ์นี้
ได้ถูกออกแบบให้ทาง่ายและซึมสู่ผิวอย่างรวดเร็วอีกด้วย

เวลาใดที่เหมาะที่สุดที่จะใช้มอยซ์เจอไรเซอร์นี้?
เวลาที่ดีที่สุดคือตอนเช้าและตอนเย็นหลังการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกแล้ว หากคุณเตรียมผิว
ด้วยการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกก่อน ก็จะเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้มอยซ์เจอไรเซอร์สามารถ
ทำงานได้อย่างเต็มที่ ปล่อยให้มอยซ์เจอไรเซอร์ซึมเข้าสู่ผิวสักสองสามนาทีก่อนใช้ผลิตภัณฑ์
แต่งหน้า “การตอบสนองให้ตรงกับความต้องการที่จะทำให้ผิวชุ่มชื่นเป็นเรื่องค่อนข้างยาก
น้ำมันหรือน้ำน้อยไปก็ทำให้ผิวแห้ง น้ำมันมากเกินไปก็ทำให้ผิวเหนียวเหนอะหนะและมีโอกาส
เกิดสิวฝ้าได้ง่าย Dramatically Different Moisturizing Lotion หรือ Gel จะคืนความชุ่มชื่น
ที่หายไปโดยการเลียนแบบความสมดุลของน้ำและน้ำมันที่แท้จริงเพื่อทำให้ผิวที่ดูมีสุขภาพดี
เกิดขึ้นตามธรรมชาติ”
—แพทย์ผิวหนังที่ให้คำปรึกษาของคลีนิกข์