 |
คนที่มีผิวมัน และขาดความชุ่มชื่นได้หรือไม่ ถ้าใช่ เกิดขึ้นได้อย่างไร |
 |
เกิดขึ้นได้ นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า อาการน้ำมันอยู่ได้ในทะเลทราย "oil-well in the desert" แม้ว่าไขมันบนผิว (sebum: ไขมันจากต่อมไขมันใต้ผิวหนัง) จะมีมาก แต่ผิวหนังรอบๆ อาจจะแห้งได้ Sebum จะทำหน้าที่รักษาความชุ่มชื่นในเซลล์ผิวหนังชั้นนอก แต่โดยลำพังเพียง Sebum อย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอหากขาดสารเคลือบผิวซึ่งช่วยกักเก็บน้ำจากการระเหย (Humectant)
ลองให้คนที่มีผิวมือแห้งกร้านมากๆ แช่มือข้างหนึ่งในน้ำมันและแช่อีกมืออีกข้างหนึ่งไว้ในน้ำ มือซึ่งแช่อยู่ในน้ำมันจะยังคงแห้งอยู่ แต่ผิวที่อยู่ในน้ำจะได้ความชุ่มชื่นคืนมา แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ายกมือที่ชุ่มชื่นนั้นออกจากน้ำ ผิวก็จะแห้งสนิทถ้าไม่ใช้สารบำรุงให้ผิวอ่อนนุ่ม จึงเป็นที่มาของสารดูดความชื้นหรือส่วนผสมที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำของผิว (transepidermal) ไม่ให้กลับมาอีก เพื่อรักษาผิวมัน (หรือผิวประเภทอื่นๆ) ให้คงความชุ่มชื่น เจ้าของผิวต้องหลีกเลี่ยงสภาพสิ่งแวดล้อมซึ่งจะทำให้สูญเสียความชุ่มชื่นเท่าที่จะเป็นไปได้ และใช้สารบำรุงให้ผิวอ่อนนุ่มมาทดแทนเมื่อต้องเผชิญกับสภาวะที่ก่อให้เกิดผิวแห้ง
ผิวมันอาจจะมีแนวโน้มเป็นสิวและรูขุมขนอุดตัน ดังนั้น จึงต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษในการเลือกสารบำรุงซึ่งกักเก็บความชุ่มชื้นแต่ไม่ก่อให้เกิดสิว สารดูดความชื้นจะซึมซับความชุ่มชื้นในอากาศ และช่วยกักเก็บน้ำไว้ใต้ผิว |
 |
ทำไมผิวจึงแห้งขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น? |
 |
ปัจจัยสำคัญในการกักเก็บความชุ่มชื้นของเกราะป้องกันผิวเสื่อมสภาพลงตามอายุที่มากขึ้น เช่น การสูญเสียความสามารถในการกักเก็บน้ำ
เหตุผลอื่นๆ รวมถึง
ระยะเวลาการผลัดผิวชั้นนอกลดลง เมื่ออายุมากขึ้นก็จะเกิดการสึกหรอและฉีกขาดบนชั้นผิวมากขึ้น เซลล์ผิวชั้นนอกมีอายุมากขึ้นและหยาบกร้านขึ้น ทำให้เห็นชัดเจนและรู้สึกได้ถึงผิวที่แห้งกร้าน
ผู้หญิงที่อายุเกิน 45 ปี ขึ้นไปจะลดการผลิตน้ำมัน เนื่องจากการลดลงของระดับเลือดของฮอร์โมนที่เกิดจากต่อมหมวกไต dehydropeiandrosterone (DHEA) ในผิวฮอร์โมนชนิดนี้จะเปลี่ยนรูปเป็นฮอร์โมนซึ่งควบคุมการผลิตน้ำมันของต่อมไขมัน
อันตรายจากแสงแดดที่สะสมเพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงมากมาย รวมถึง ทำให้การหมุนเวียนสู่ผิวลดลง การซึมซับน้ำได้น้อยลง
|
 |
สาเหตุที่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื่น? |
 |
อากาศแห้ง (บ้านที่มีอุณหภูมิสูง, บนเครื่องบิน), ลม (ทำให้น้ำระเหยได้เร็วขึ้น), แสงแดด, การทำความสะอาดบ่อยครั้งเกินความจำเป็นโดยไม่ใช้ครีมบำรุง (การขัดผิวโดยไม่ใช้ครีมบำรุง) และความสูงเหนือน้ำทะเล (มีความชื้นต่ำ), การดื่มแอลกอฮอล์, อาการไข้ และการสูบบุหรี่ การดื่มน้ำน้อยโดยเฉพาะหลังจากช่วงที่เสียเหงื่อมาก (จากการออกกำลังกาย, อากาศร้อนในหน้าร้อน) ก็เป็นสาเหตุเช่นกัน |
| |
|
|
 |
 |
เติมความชุ่มชื่นให้ทุกวันของคุณ |
|
| |
สามารถใช้หลังจากทาครีมบำรุงผิวก็ได้ เพื่อเติมความชุ่มชื่นที่เข้มข้นให้ผิวได้ยาวนานตลอดวัน หรือตลอดคืน ใช้ได้ทุกครั้งที่ต้องการเพื่อเพิ่มปริมาณความชุ่มชื่นให้ผิว
|
|
 |
สิ่งจำเป็นข้างกาย |
|
| |
วางไว้ใกล้มือขณะทำงาน เครื่องปรับอากาศ และระบบทำความร้อนในอาคารส่งผลเสียต่อผิวไม่น้อยทีเดียว เมื่อใดที่ผิวรู้สึกแห้งตึง หรือต้องการการดูแลในระหว่างวัน ใช้ Moisture Surge Extended แต้มผิวหน้าทับบนเครื่องสำอางบริเวณที่ต้องการ หรือเมื่อคุณใช้สายตามองจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานหลายชั่วโมง เพียงแตะเบา ๆ รอบดวงตา ด้วย Moisture Surge Extra Refreshing Eye Gel เพื่อให้ผิวรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลายขึ้นในทันที
|
|
 |
ผ่อนคลายผิวหลังถูกแดด |
|
| |
ช่วยให้ผิวที่แห้งขาดความชุ่มชื่นขึ้น ด้วย Aloe-Activated Water ที่กระตุ้นความชุ่มชื่นให้ผิว ช่วยให้ผิวที่แห้งขาดน้ำกลับสดชื่นเย็นสบาย รับมือกับอนุมูลอิสระจะช่วยปกป้องให้ผิวรู้สึกสบายผ่อนคลายผิว
|
|
 |
คู่ใจยามเดินทาง |
|
| |
เติมความชุ่มชื่นผิวบริเวณที่แห้งเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ หรือสภาพอากาศ ทุกครั้งที่คุณต้องการ เช่นขณะที่คุณกำลังรอที่ประตูทางขึ้นเครื่องบิน หยิบ Moisture Surge Face Spray ฉีดให้ทั่วใบหน้าก่อนออกเดินทาง ให้ผลการต่อต้านความแห้งของอากาศในห้องโดยสารบนเครื่องบินที่ดีมากขณะเดินทาง ผ่อนคลายด้วยการใส่หูฟังที่บรรเลงเพลงโปรด และบำรุงผิวรอบดวงตาด้วย Moisture Surge Refreshing Eye Mask แล้วหลับตาเพื่อพักผ่อนคลายสัก 5 นาที จะช่วยให้ผิวที่บอบบางรู้สึกเนียนนุ่มขึ้น และลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากผิวที่แห้งเกินไป |
|
| |
|
|
|
|
|